วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ผมเห็นด้วยซิโก้ยังไม่พร้อมคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่

หลังจากที่ได้อ่านข่าวว่า ซิโก้ ยังไม่พร้อมที่จะคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่แบบถาวร หลังจากที่คุณวรวี มะกูดีให้เป็นกุนซือไปอุ่นเครื่องกับทีมชาติจีนที่เมืองหนานจิง วันที่ 15 มิ.ย. นี้

อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมนะเวลาที่เหมาะที่ควรจะคิดว่า ซิโก้ เหมาะสมที่จะเป็นโค้ชทีมชาติชุดใหญ่ คือหลังจากที่จบการแข่งขั้นกีฬาซีเกมส์แล้วเท่านั้น ถ้า ซิโก้ทำผลงานทีมซีเกมส์ได้แชมป์ เท่านั้นถึงจะมีความเหมาะสมที่จะได้คุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ การที่เราไม่ได้แชมป์ซีเกมส์มา 2 สมัย เป็นตัวบ่งบอกว่าความสามารถของนักเตะรับอาเซียนนั้นไม่ต่างกัน ถึงเป็นแบบทดสอบที่ดีในการวัดความสามารถที่จะนำทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ไปคว้าแชมป์ได้หรือ

 ผมก็สนับสนุน ซิโก้ นะแต่ยังติดปัญหาเรื่องความสามารถที่จะทำทีมให้เป็นแชมป์

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม แล้วซินะ

ขอแสดงความดีใจกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในเรา 8 ทีม ของรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2013 ด้วยการออกไปยันเสมอ บุนยอดกอร์ 0-0 รวม 2 นัด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สามารถพาเข้ารอบด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-1

เมื่อคืนผมมีโอกาศได้ดูการถ่ายทอดสดการแข่งขันระหว่าง บุนยอดกอร์กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นัดที่สอง ที่สนามสตาดิโอน บุนยอดกอร์ เมืองทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ที่ผลการแข่งขันจบลงที่ 0-0 แต่ก็เป็นเกมส์ที่สนุกและตื่นเต้นมากเลย โดยเฉพาะตอนที่บุนยอดกอร์บุกเข้าใส่เรา

ก่อนที่จะพูดความคิดเห็นรูปแบบเกมส์เรามาถูกกันก่อนว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีนักเตะคนไหนลงสนามบ้าง รายชื่อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  ประกอบด้วย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, ประทุม ชูทอง, ออสมาร์ อิบันเญส, ธนะศักดิ์ ศรีใส, ธีราทร บุญมาทัน, จิรวัฒน์ มัครมย์ (อนาวิน จูจีน), สุรัตน์ สุขะ, สุรีย์ สุขะ, สุเชาว์ นุชนุ่ม, สุริยา ดอมไธสง (การ์เมโล่ กอนซาเลซ ), ไค ฮิราโนะ (อดิศักดิ์ ไกรษร)  สำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : ยศพล เทียงดาห์, ชิติพัทธ์ แทนกลาง, , เอกชัย สำเร, เดนนิส บุสเชนนิ่ง,

 ดูจากรายชื่อนักเตะที่ลงสามารถผมพบว่ามีนักเตะต่างชาติที่ลงเป็นตัวจริง แค่ 2 คนคือ ออสมาร์ อิบันเญส กับ ไค ฮิราโนะ แต่ก็เปลี่ยน การ์เมโล่ กอนซาเลซ ลงสนามมาก แต่ช่วงท้ายเมส์ก็เปลี่ยน ไค ฮิราโนะ ออก เท่ากับว่ามีช่วงที่นักเตะต่างชาติอยู่ในสนามแค่ 2 คนนานหลายนาทีเลย เปรียบได้ว่าเกมส์นี้เป็นการแข่งขั้นที่เป็นตัวบอกได้ดีเลยว่านักเตะไทย มีความสามรถมากแค่ไหนในเวที ระดับเอเชีย ขนาดที่เจอกับบุนยอดกอร์ที่ทุกคนรู้ว่านี้คือทีมชาติอุซเบกิสถาน เพราะโค้ชก็เป็นโค้ชที่ชาติอุซเบกิสถาน นักเตะส่วนให้ก็ติดทีมชาติ

นั้นเรามาว่ากันที่รูปเกมส์ว่าเป็นอย่างไรตามความรู้สึกของผม ตามที่ผมดูบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดตั้งใจมารับเพื่อหวังเสมอ แล้วใช้โอกาศในจังหวะโต้กลับเพื่อทำประตูแล้วนักเตะบุรีรัมษ์ ก็เล่นได้ตามแผนที่วางไว้เลยมีจังหวะโต้กลับที่จะทำประตูหลายครั้งมากแต่ทที่น่าเสียดายที่ไม่เป็นประตู แต่ที่ผมพบว่านักเตะในเกมส์รับยังมีลูกมั่วออกมาให้เห็นบ้างดูแล้วลุ้นสุดๆเลย โชคยังดีนะที่นักเตะในเกมส์รุกบุนยอดกอร์ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการทำประตูมากเท่าไรไม่งั้นมีโอกาศโดยหลายลูกโดยเฉพาะช่วงท้ายเกมส์บุนยอดกอร์บุกใส่อยู่แทบจะข้างเดียว เกือบลืมมีเรื่องที่ต้อง ชม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชะหน่อย คือเรื่องความฟิต ขนาดเพิ่งแข่งไปเมื่อวันศุกร์แล้วก็ต้องเดินทางไปอุซเบกิสถานอีก นักเตะทุกคนวิ่งไม่หมดแรง แถมไม่มีใครเป็นตะคริวสักคนเลย

ผมว่าชั่วโมงนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไม่กลัวทีมได้ทั้งนั้นในระดับเอเชีย เป้าหมายของเราคือแชมป์เท่านั้น

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทำไหม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึงทำผลงานได้ดีใน AFC Champions League 2013

ฟุตบอลรายการ AFC Champions Leagueปี 2013 นั้นประเทศไทยมีสิทธิส่งทีมแข่งขันได้ 2 ทีมคือ เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์ ไทยพรีเมียร์ลีก กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ เอฟเอคัพ 2012 ทั้งสองทีมสามารถเข้ามาเล่นรอบแบ่งกลุ่มได้ โดยที่เมืองทอง ยูไนเต็ดเข้ารอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ ส่วน
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องรอบ play off จึงได้เข้ารอบแบ่งกลุ่ม

แต่จากการเล่นรอบแบ่งกลุ่มจบไปแล้ว มีแค่ทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เท่านั้นที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปโดยจะพบกับ บุนยอดกอร์ ทีมเก่งจากอุซเบกิสถาน ชึ่งผลการแข่งขั้นในนัดแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะไปด้วยผลการแข่งขัน 2-1 ส่วนทีม เมืองทอง ยูไนเต็ด ตกรอบด้วยผลการแข่งขันไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น

ผมจึงมานั้นวิเคราะห์ดูเล่นๆว่าทำไหม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึงทำผลงานได้ดี สิ่งแรกที่เห็นก็คือสภาพจิตใจของตัวผู้เล่น เข้มแข็งมาก ผมได้มีโอกาศได้ดู ฟลูแมตช์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-1 บุนยอดกอร์  รู้เลยว่าคุณเนวิน ปลุกความมั่นใจนักเตะให้รุ้ว่าเล่นเพื่ออะไร ทำให้ทุกคนมีความมั่นใจในการเล่น

สิ่งที่มองเห็นสิ่งที่สองคือ ความมีระเบียบวินัยในการเล่นฟุตบอล นักฟุตบอลทุกคนรู้หน้าที่ของทุกคนดีเป้นอย่างมาก

สิ่งที่มองเห็นสิ่งที่สามคือ ความเป็นมืออาชีพของทึมงานที่อยุ่เบื้องหลัง


วันที่ 21 ที่จะถึงนี้ จะเป็นเกมส์ที่ 2 ที่จะพบ กับ บุนยอดกอร์ จะได้รู้ว่าทีมได้จะได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ถ้าแผ่นไปได้ผมมั่นใจว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดมีโอกาศถึงเป้นแชมป์ได้เลยก็ว่าได้ บอลจะเริ่มแข่งเวลา 21.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย สามารถดูได้ที่ ช่อง true 109 หรือหาดูตามในเน็ตก็น่าจะมี  ไม่ก็ไปที่ ที่หน้าสนามไอ-โมบาย เขามีทีวีจอยักษ์ให้ดู

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

บทพิสูจน์ครั้งสำคัญของ ธีรศิลป์ และบอลไทย

วันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ได้เดินทางไปสเปนเพื่อที่จะไปทดสอบฝีเท้ากับทีม "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ด้วยเที่ยวบิน อีเค 385 สายการบินเอมิเรตส์

ต้องถือว่าข่าว ธีรศิลป์ แดงดา ได้ไปทดสอบฝีเท้ากับ แอตเลติโก มาดริด เป็นข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยในช่วงสัปดาห์ และจะต่อพ่วงไปอีกหลายวันเลยจนความจะทดสอบฝีเท้าเสร็จ ข่าวเจ้ามุ้ยดังขนาดมีหนังสือพิมพ์ในสเปนลงข่าวเลย

สำหรับตัวผมเองคิดว่าการได้ไปทอดสอบฝีเท้านั้นเป็นเรื่องดีมาก ไม่ว่าจะมาจากด้วยความสำพันธ์อันดีของทั้ง 2 สโมสร ก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่า ธีรศิลป์ เป็นนักฟุตบอลเบอร์ 1 ของไทยเลยก็ว่าได้ มีทั้งทักษะการเล่นที่ดี มีการยิงประตูที่ดีมาก แถวมีระเบียบวินัยดีมากๆ เป็นตัวอย่างที่ดีของนักฟุตบอลไทยได้เลย แต่การไปทดสอบถือว่าไม่ใช้เรื่องงานเลยที่จะผ่าน ผมมองว่าโอกาศที่จะผ่านอยู่ที่ 40/60 % เพราะตอนนี้ แอตเลติโก มาดริด มีนักเตะระดับโลกอยู่มากมายตอนนี้แต่ละคนก็ทำผลงานได้ดีเอามากๆอยู่ถึง อันดับ 2 ของตารางรองจาก บาร์เซโลน่า แต่อยู่เหนือ เรอัล มาดริด  แถมตัว ธีรศิลป์ไม่มีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลอาชีพในต่างประเทศเลย ข้อนี้จะเป็นข้อเสียเปรียบมาก ถึงแม้ว่า ธีรศิลป์ จะเคยไปฝึกอยู่ที่อังกฤษ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ตามแต่ไปแค่ฝึกเท่านั้นไม่ได้เลยเกมส์จริงจังเลย 

มีโค้ช หลายคนในเมืองไทยที่มองว่า ธีรศิลป์ ควรไปหาประสบการณ์ที่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือ เบลเยียม ก่อนเพิ่อหาประการณ์ และทดสอบความสามารถว่าจะผ่านไปได้ไหม ก่อนสัก 1-2 ปี แต่โค้ชทุกคนมองว่าถึงเวลาที่ ธีรศิลป์ ต้องออกไปทดสอบฝีเท้าที่อื่นที่เหนือกว่าประเทศไทย ผมเองก้เห็นด้วยเป็นอย่างมาก

สรุปท้ายนี้ของให้ ธีรศิลป์ ประสบความสำเร็จ ได้เป็นนักเตะอาชีพเต็มตัวที่สเปน จะได้สร้างน่าตาที่ดีๆให้บอลไทยด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

บทความแรกฟุตบอลไทย 2013

สวัสดีปีใหม่ของให้ทุกท่านมีความสุขมากกว่าทุกข์นะ บทความนี้เป็นบทความแรกของปี 2013 หรือ 2556 ปีนี้ผมตั้งใจว่าจะเขียนบทความมาอัพเดตบล็อก ฟุตบอลไทย สไตล์ผม จะพยายามหาเรื่องฟุตบอลไทยมาวิจารณ์ให้ได้สัปดาห์ละครั้ง กำลังหัดเขียนบทความอย่างจริงจัง

วันนี้จะเป็นเรื่อง ซิโก้คุมทีมซีเกมส์ที่พม่า, บุรีรัมย์คว้าดาวยิงชาวคอสตาริกาเสริมคมแดนหน้าอีก ,แบงค็อกเปิดตัวรณชัย และ น้าฉ่วยหาไม่มีสปอนเซอร์หนุนปลาทูแค่30ล้าน วันนี้เอาแค่ 4 เรื่องนี้ก่อนนะเรามาเริ่มกันเลย

หลังจากที่มีข่าวว่า " ซิโก้ " เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะมารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกซีเกมส์ ที่ประเทศพม่า ผมมองว่าเป็นเรื่ิองดีนะ เพราะว่า ซิโก้นั้นเป็นกุนซือรุ่นใหม่ของวงการฟุตบอลไทย ยังมีไฟในการทำงาน รู้ว่าฟุตบอลในยุคปัจจุบันเป็นอย่างไร แถมยังรู้จักการทำงานของสมาคมฟุตบอลไทยเป็นอย่างดีที่เดี่ยว เรื่องความสามารถ อาจจะยังมีคำถามอยู่บ้างว่าความสามารถในการเป็นโค้ชระดับถึงหรือยัง ก็ระดับไทยลีกนั้นผมมองว่าเสมอตัวไม่ถึงกับดีมาก แต่ถ้าตอนคุม BBCU นั้นถือว่าดีที่เลยทำทีมเลื่อนชั้นมากเล่นไทยลีกได้ด้วยตัวผู้เล่นที่ไม่ดังมาก ขนานตัว ซิโก้ เองก็พร้อมที่จะลาออกจากกุนซือ บางกอก เอฟซี เพื่อให้เวลากับการทำหน้าที่คุมทีมชาติอย่างเต็มที่เลย ถ้าไม่ใช้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผมยังอยากให้เป็นโค้ชชาวไทยและเป็นรุ่นใหม่ๆด้วย เช่น วรวุฒิ ศรีมะฆะ โค้ชชลบุรี ,ธชตวัน ศรีปาน ผู้ฝึกสอนของ สโมสรฟุตบอลสระบุรี เอฟซี และคนสุดท้าย สมชาย ชวยบุญชุม กุนซือ "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม เอฟซี คนนี้ไม่ต้องบรรยายความสามารถทุกคนคงจะรู้ถึงความสามารถกันดีอยู่แล้ว

ตามมาด้วยเรื่อง อาเรียล ซานตาน่า กองหน้าชาวคอสตาริกา ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดนี้เอง อายุจะครบ 25 ปี ในวันที่ 21 ม.ค. 56 นี้ โดยย้ายมาจากสโมสรเบเรน ของคอสตาริกา ด้วยผลงานการยิงไป 7 ประตู จากการลงสนาม 16 นัดในซีซั่นที่แล้ว โดยเซ็นสัญญากับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 2 ปี และจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 21 ต้องยอมรับก่อนนะว่าผมไม่รู้จักเอาซะเลยแต่น่าจะดีไม่งั้นบุรีรัมย์คงไม่คว้ามารวมทีมหรอก คงจะมาจับคู่กับ โกรัน เยอร์โควิช ที่ยิงกระจายเลยในบอลถ้วย น่าจะมาทดแทน แฟรงค์ อาเชียมปง ที่ถูกยืมตัวไปที่ อันเดอร์เลชท์ และ แฟรงค์ โอฮานด์ซา ที่ปัจจุบันถูกยืมตัวไปที่ SpVgg Greuther Fürth ในบุนเดสลีกาเยอรมัน เพราะการที่เสีย 2 ตัวนี้ไปทำให้ผลงานในลีกของ บุรีรัมย์ ไม่ดีเอาซะเลย ปีนี้น่าจะเป็นเต็งแชมป์ทีมนึงแต่ผมดูตัวไทยยังน่าจะเป็นรองเมืองทองอยู่หน่อย

เรื่องต่อมา แบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดตัว "เจ้าแซม" รณชัย รังสิโย การกลับมาอยู่กับ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือผู้ปลุกปั้นน่าจะเป็นเรื่องดีของตัว รณชัย และทีมชาติเอง ผมมองว่า รณชัย เป็นนักฟุตบอลที่เก่งมากคนนึงเลยน่าจะเหนือ ธีรศิลป์ แดงดา ด้วยซ้ำไป แต่ยังไม่มีโค้ชคนไหนดึงความสามารถจริงออกมาได้เลย  โค้ชเตี้ย น่าจะช่วยได้ เพราะ โค้ชเตี้ยเป็นโ้ค้ชที่เก่งในเรื่องการดึงความสามารถของนักเตะมาใช้ได้ดีแถมยังเขาใจตัวนักเตะเป็นอย่างดีก็เป็นคนปั้นมานิ ผมไม่อยากเห็น รณชัย เป็นแบบ ณรงค์ชัย วชิรบาล นักเตะที่มีแต่ พรสวรรค์ แต่ไม่มีโอกาสเป็น superstar

เรื่องสุดท้าย น่าจะเป็นเรื่องที่ น้าฉ่วย ออกมาบอกว่าการมาเป็น สปอนเซอร์ ทีม สมุทรสงคราม ใช้เงินแค่ 30 ล้าน ได้ใส่ชื่อร่วมกับทีม พร้อมทั้งสกรีนติดหน้าอกอีกด้วย ผมคิดว่าเป็นเงินที่ไม่มากเลยสำหรับการมาเป็น สปอนเซอร์ ทีมในไทยลีก แต่ผู้สนับสนุนรายเดียวถือว่ามากเลยที่เดียว น่าจะหาหลายเจ้ามารวมกันจะดีกว่าไหม น่าจะทำให้ทีมมีความพร้อมด้านการเงินมากกว่านี้ที่ต้องมานั้งหาสปอนเซอร์ปีต่อปี ต้องมานั่งเครียดว่าจะมีเงินส่งทีมแข่งขั้นหรือไหม โชคยังดีนะที่ ยังมีสมชาย ชวยบุญชุม เป็นกุนซือ ไม่งั้นก็ตกชั้นไปนานแล้ว การที่มีสมชาย ชวยบุญชุมเป็นโค้ชน่าจะเป็นผมดีในการหา สปอนเซอร์เพราะมั่นใจได้เลยว่าทีมมีผลงานดีแน่นนอนคุ้มการการลงเป็น สปอนเซอร์ให้กับทีม

นานๆจะเขียนบทความด้วยตัวเองซะทีเคยแต่ก็อปปี้เขามาเลยใช้เวลาในการเขียนนานที่เดียวเลย ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงนะ ในการเขียนบทความไม่กี่บรรทัดเอง ต่อไปจะพัฒนาการเขียนให้ดีกว่านี้อ่านเขาใจมากกว่านี้ เนื้อหาละเอียดมากขื้น

** สุดท้ายนี้ของให้ฟุตบอลไทยรู้จักการทำงานอย่างมืออาชีพซะที จะได้เห็นบอลไทยไปบอลโลกก่อนตาย